5 ภัยระวังการทำร้ายรถยนต์โดยไม่รู้ตัว |ฉบับแสนง่าย สไตล์ ไลอ้อน

ประกันช้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือ รถใหม่ เจ้าของรถมักจะใส่ใจเรื่องของการดูแลรถ โดยเฉพาะสีรถมากเป็นกรณีพิเศษ การล้างรถด้วยตนเอง ก็ต้องหาแว็กซ์ หรือน้ำยาเคลือบเงา มาเป็นตัวช่วย ให้รถยนต์ของเราเองนั้นดูใหม่ตลอดเวลา จนบ้างครั้งอาจจะต้องลงทุนเสียเงินเพื่อเข้าศูนย์ เพื่อที่ขัดสีหรือเคลือบเงาก็เป็นไปได้ แต่รู้ไม่ว่าสาเหตุของการเสื่อมสภาพของสีรถยนต์นั้น ส่วนมาอยู่ใกล้ตัวเรานั้นเอง วันนี้ผมมี 5 ภัยระวังการทำร้ายรถยนต์โดยไม่รู้ตัว มาฝากเพื่อนๆกันครับ ลองดูนะครับ

5 ภัยระวังการทำร้ายรถยนต์โดยไม่รู้ตัว

1.การจอดรถกลางแจ้ง เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่สำคัญหลีกเลี่ยงได้ยาก ขับรถจากบ้านมาที่ทำงานประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ต้องทิ้งรถตากแดดไว้ประมาณ 6-7 ชั่วโมง เป็นเรื่องน่าเศร้าของคนรักรถจริงๆ ความร้อนของแสงแดดนั้นจะสะสมในพื้นผิวของตัวรถยนต์ จะมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสีรถด้วย ถ้าเป็นรถยนต์ที่สีอ่อนๆ ก็มีการสะสมน้อยลง แต่ถ้าเป็นสีรถเข้มๆ อย่างสีดำ ดึงดูดความร้อนได้ดียิ่งนัก อุณหภูมิสะสมย่อมมีมาก การเสื่อมสภาพของสีรถนั้นจะยิ่งไปเร็วกว่า วิธีป้องกันง่ายๆ หาผ้ามาคลุมรถลดการสัมผัสของสีรถยนต์กับแสงแดดโดยตรง หรือหามุมจอดที่โดนแดดน้อยที่สุดในแต่ละวัน ว่ากันง่ายๆ ลดชั่วโมงการที่รถยนต์ของคุณต้องตากแดดให้น้อยที่สุด

2.ฝุ่น  เป็นอีกหนึ่งภัยร้าย และจะเป็นต้นเรื่องของหลายสาเหตุที่ทำลายสีรถคุณ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นประเภทไหนแต่ในที่นี้คือผงคล้ายๆ แป้งที่จะมาเกาะบนสีรถเรา พอเจอความชื้นก็จะกลายเป็นคราบ ถ้าไม่เช็ดออกทันที จะเกาะติดจนเกิดเป็นรอยที่สีด่างที่สีรถยนต์ได้ แต่แก้ไขได้ โดยการขัดสีก็จะออก รถสีอ่อนๆ จะเห็นไม่ค่อยชัด แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่สีเข้มๆ จะเห็นชัดมากกว่า

3.รอยขีดข่วน หลายคนคงคิดว่ารอยขีดข่วนเพียงนิดเดียวคงไม่มีปัญหาอะไร แต่หารู้ไม่การที่ผิวหน้าของสีรถยนต์ที่มีตัวเคลือบอยู่ เพื่อป้องกันความชื้นเข้าไปถึงส่วนที่เป็นโลหะหรือแผ่นเหล็กนั้นถูกเปิดออก จะทำให้มีความชื้นเข้าไปสะสมก่อให้เกิดสนิมภายในโดยเราไม่รู้ตัว พอความชื้น เป็นสนิม เจอความร้อนจากการใช้งานเข้าไปอีก บรรดาสีเคลือบทั้งหลายจะเกิดอาการพื้นผิวสีปูดขึ้นมา เพราะจากสนิมเกาะกินเนื้อเหล็กชั้นในแล้ว

4.ขี้นก นอกจากจะน่ารังเกียจแล้วยังสามารถทิ้งคราบสกปรกติดทนนานบนสีรถด้วย อาหารสุดโปรดของเจ้านกน้อยทั้งหลายสามารถทิ้งคราบที่มีฤทธิ์เป็นกรด ผนวกกับเมล็ดขนาดเล็กที่สามารถทิ้งคราบและรอยขีดข่วนบนรถจนความแวววาวหายไป หากทิ้งคราบไว้นานจนเกินไป ถ้าเจอปัญหาจุกจิกแบบนี้ให้พ่นสเปรย์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดลงไปเล็กน้อยบนรอยขี้นก และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ขจัดคราบสกปรก โดยค่อยๆ ใช้ผ้าแตะออกเบาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กรวดเล็กๆ จากขี้นกถูกลากไปมาบนสีรถ

5.คราบน้ำมัน ทุกคนอยากจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเวลาเติมน้ำมัน แต่การเติมน้ำมันจนเกือบล้นเป็นการเพิ่มโอกาสให้น้ำมันล้นจนหกออกมาเปื้อนรถ หากทิ้งคราบน้ำมันสกปรกไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่เช็ดทำความสะอาด รอยน้ำมันสามารถซึมเปื้อนลงสู่สีเคลือบชั้นบนสุดและทำให้สูญเสียความแวววาว และทิ้งคราบที่ยากต่อการทำความสะอาด วิธีป้องกันคราบน้ำมันสีน้ำตาลรอบๆ ฝาถังน้ำมัน ในกรณีทีทำน้ำมันหกเลอะด้านข้างของรถ ควรทำความสะอาดโดยทันทีด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพดี และสามารถใช้สเปรย์เพิ่มความเงางามปิดท้าย

เป็นยังไงบ้างครับ ไม่ใช่ยากกันเลยใช่ไหม เพื่อนๆที่ดูแลรถยนต์เป็นพิเศษ ก็ต้องศึกษา วิธีการดูแลรถ อย่างถูกวิธีด้วยนะครับ ไม่งั้นภัยจะเกิดกับรถของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว เพื่อนๆดูแลสีแล้ว อย่าลืมดูประกันรถยนต์ด้วยนะครับ เพื่อความคุ้มครองของตัวเราและครอบครัวเราเอง