ข้อสงสัยและคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

คำถามที่พบเจอบ่อยเกี่ยวกับเรื่องประกันภัยรถยนต์

วันนี้จะมาตีแผ่ข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ จากคำถามที่พบเจอกันอยู่บ่อยๆ ตามกระทู้ต่างๆ รวบรวมมาตอบแบบเคลียร์ใจ ให้เข้าใจตรงกันแบบชัดๆ ที่นี่ที่เดียว ถ้าพร้อมแล้วก็ Let’s go!

ถาม : ประกันภัยรถยนต์มีทั้งหมดกี่ประเภท?

ตอบ : ประกันภัยรถยนต์แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ 1. ประกันภัยภาคบังคับหรือ พรบ.รถยนต์ กับ 2. ประกันภัยภาคสมัครใจหรือประกันภัยชั้น 1,2,2+,3,3+ ที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นแหล่ะ

ถาม : ค่า Excess คืออะไร ทำประกันชั้น 1 แล้วทำไมยังต้องจ่าย?

ตอบ : ค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรก บริษัทประกันจะเรียกเก็บจากผู้ทำประกันในกรณีที่ไม่สามารถหาคู่กรณีหรือระบุเวลา สถานที่เกิดเหตุได้ชัดเจน, การนำรถไปใช้ผิดประเภท และความเสียหายที่ไม่มีรอยบุบ ร้าว แตกแต่เป็นความเสียหายเกี่ยวกับสีเช่น สีด่าง ถลอกแบบนี้ถือว่าเกิดจากความเสื่อมไม่ใช่อุบัติเหตุ

ถาม : ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทำได้สูงสุดกี่ปี?

ตอบ : สูงสุด 15 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

ถาม : ทำประกันชั้น 1 เลือกทุนประกันเองได้ตามต้องการใช่หรือไม่?

ตอบ : การทำประกันชั้น 1 สามารถเลือกทุนประกันเองได้แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาตลาดของรถคันที่เราทำประกันภัย ปกติจะใช้หลักการคำนวณที่ประมาณ 80% ของราคารถในตลาดขณะนั้น

ถาม : ใบเคลมประกันมีอายุกี่ปี?

ตอบ : กรณีเคลมสดมีอายุ 2 ปี ถ้าเคลมแห้งมีอายุ 1 ปี

ถาม : ความหมายของคำว่าเคลมสดและเคลมแห้งคืออะไร?

ตอบ : เคลมสด คือ การแจ้งเคลมทันทีที่เกิดเหตุ โดยทางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ณ สถานที่เกิดเหตุ ต่อหน้า  คู่กรณีและผู้เอาประกัน

เคลมแห้ง คือ

การแจ้งเคลมภายหลังที่เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นและผ่านไปแล้วสำหรับการเคลมแบบไม่มีคู่กรณี

ถาม : ถ้าใบขับขี่หมดอายุหรือลืมพกใบขับขี่แล้วขับรถไปชน แบบนี้เคลมได้มั้ย?

ตอบ : เคลมได้ตามปกติไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด แต่ถ้าเป็นกรณีไม่มีใบขับขี่หรือใบขับขี่ถูกเพิกถอน หากคุณเป็นฝ่ายถูกประกันของคู่กรณีต้องชดเชยค่าเสียหายให้คุณ แต่หากคุณเป็นฝ่ายผิด แม้จะมีประกันชั้น1 คุณก็ต้องซ่อมรถตัวเองเพราะประกันจะจ่ายค่าเสียหายให้แก่คู่กรณีเท่านั้น

รวบรวมมาให้แบบนี้ น่าจะช่วยไขข้อข้องใจให้กับผู้ที่จะทำประกันรถยนต์ได้ไม่มากก็น้อยแต่หากยังมีคำถามที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยหรืออยากได้คำตอบที่ละเอียดกว่านี้ แนะนำว่าควรโทรสอบถามโดยตรงกับตัวแทนของบริษัทประกันนั้นๆ จะได้คำตอบที่ชัดเจนและถูกต้องที่สุด